มะเหลี่ยมหิน

 

มะเหลี่ยมหิน

มะเหลี่ยมหิน ชื่อวิทยาศาสตร์ Rhus chinensis Mill.[1] (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Rhus javanica var. chinensis (Mill.) T.Yamaz.) จัดอยู่ในวงศ์มะม่วง (ANACARDIACEAE)

สมุนไพรมะเหลี่ยมหิน มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า มะผด ส้มผด (เชียงใหม่, เชียงราย), มะเหลี่ยมหิน ซุง (เชียงใหม่), ตะซาย (เย้า เชียงใหม่), สำค้ำ (ชัยภูมิ), เส่ฉี่ (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน), เส่ชิ (กะเหรี่ยงเชียงใหม่), ลำยึ ไม้สมโพด แผละยึ เพี๊ยะยึ มักพด (ลั้วะ), เป็นต้น

ลักษณะของมะเหลี่ยมหิน

            ต้นมะเหลี่ยมหิน จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีความสูงของต้นประมาณ 8-10 เมตร หรืออาจสูงได้ถึง 12 เมตร ลำต้นมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 18 เซนติเมตร เปลือกนอกเป็นสีน้ำตาลอมขาวหม่น มีรูอากาศขนาดใหญ่สีน้ำตาลอมขาวหม่น เมื่อแก่มีรูอากาศขนาดใหญ่สีน้ำตาลอมแดงเรียงกันเป็นแถว เปลือกด้านในเป็นสีขาวหม่น มียางสีขาวหม่นหรือขาวอมเหลือง กิ่งเปราะ ตามกิ่งอ่อนมีขนละเอียด พบได้ในป่าดงดิบที่มีความสูงประมาณ 600-1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล มักขึ้นในที่ชื้นทั่วไป ใบมะเหลี่ยมหิน ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ออกเรียงสลับระหว่างช่อเวียนรอบกิ่งหรือต้น ช่อใบยาวประมาณ 25-40 เซนติเมตร ก้านช่อใบยาวประมาณ 8-11 เซนติเมตร แกนในร่วมแบนข้างเล็กน้อย แผ่เป็นสันคล้ายปีก ใบย่อยไม่มีก้านใบ จับคู่กันประมาณ 3-6 คู่ ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปไข่กว้าง รูปไข่แกมขอบขนานถึงรูปใบหอก รูปใบหอกหรือรูปวงรีแกมใบหอก ปลายใบแหลม เรียวแหลม หรือเป็นติ่งแหลม โคนใบโค้งมนหรือสอบแคบ สองข้างใบไม่สมมาตรกัน ส่วนขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อยเล็ก ๆ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2.5-8 เซนติเมตร และยาวประมาณ 5-15 เซนติเมตร ใบอ่อนมีขนละเอียดสีน้ำตาลขึ้นปกคลุมค่อนข้างหนาแน่น เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม แผ่นใบสดและมีขนละเอียดสีน้ำตาลเฉพาะบนเส้นใบด้านบน ส่วนล่างมีแบบเดียวกันปกคลุมค่อนข้างหนาแน่น ใบแก่จะเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มก่อนจะร่วง ใบของพืชชนิดนี้มักจะมีแมลงขนาดเล็กคล้ายแมลงหวี่มาทำลาย ทำให้เกิดปมเป็นตุ่มขนาดใหญ่สีแดงงอกออกมาเป็นกลุ่มคล้ายผล ซึ่งจะเห็นกระจายอยู่ทั่วทั้งต้นได้ชัดเจน

            ดอกมะเหลี่ยมหิน ออกดอกเป็นช่อกระจะแยกแขนงขนาดใหญ่บริเวณปลายกิ่ง ช่อดอกมีดอกย่อยจำนวนมาก ดอกย่อยเป็นดอกแบบสมบูรณ์เพศหรืออาจแยกเพศแยกช่ออยู่บนต้นเดียวกันหรือต่างต้นกัน ช่อดอกเพศผู้ยาวประมาณ 30-40 เซนติเมตร ส่วนช่อดอกเพศเมียยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร แขนงช่อดอกยาวได้ถึง 25 เซนติเมตร ดอกย่อยมีขนาดเล็ก กลีบเลี้ยงสั้นกว่า 1 มิลลิเมตร โคนเชื่อมติดกัน ส่วนปลายแยกออกเป็นแฉกรูปสามเหลี่ยม 5 แฉก ส่วนกลีบดอกมี 5 กลีบ ลักษณะเป็นรูปรีกว้างหรือรูปขอบขนาน มีขนาดกว้างประมาณ 1-1.5 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 1.8-2.2 มิลลิเมตร กลีบดอกเป็นสีขาวแกมเหลืองหรือสีเหลืองอ่อนอมเขียวอ่อน ดอกมีเกสรเพศผู้ 5 อัน ที่ไม่เป็นหมันจะยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร และที่เป็นหมันจะยาวเพียง 1-1.5 มิลลิเมตร เรียงล้อมรอบหมอนรองดอกที่มี 5 พู รังไข่ค่อนข้างกลมนูนอยู่เหนือฐานวงกลีบรวม มีขนละเอียดขึ้นปกคลุมอย่างหนาแน่น ภายในมี 1 ช่อง ก้านเกสร 3 อัน ออกดอกในช่วงประมาณเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน ผลมะเหลี่ยมหิน ผลเป็นผลสด ผลมีลักษณะเป็นรูปกลมแบน มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4-6 มิลลิเมตร ผลมีกลีบเลี้ยงรองรับ เมื่ออ่อนผลเป็นสีขาวอมเขียว เมื่อแก่แล้วจะเปลี่ยนสีชมพูถึงสีแดงจัดแกมน้ำตาลแล้วเปลี่ยนเป็นสีขาว ผิวมียางเหนียวและมีขนละเอียดขึ้นปกคลุมอย่างหนาแน่น เมล็ดมีชั้นหุ้มแข็ง ติดผลในช่วงประมาณเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม

สรรพคุณ    
            ตำรายาไทย ยาง รสฝาด ทาแก้เม็ดผื่นคัน และเป็นเครื่องหอม ผล เป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ แก้น้ำลายเหนียว แก่น รสเฝื่อน แก้โลหิตระดูพิการ แก้ประดง ผลสด มีรสฝาดเปรี้ยว นำมาดองและแช่อิ่ม กินเป็นอาหาร เนื้อในเมล็ด สีขาวรับประทานได้ มีรสมัน ตำรายาพื้นบ้านอีสาน ใช้ เปลือกต้น ใช้รักษาโรคลักปิดลักเปิด ผล แก้ไอ ขับเสมหะ ชาวเขาเผ่าแม้ว ใช้ ทั้งต้น ต้มน้ำอาบ บำรุงร่างกายให้มีกำลัง แข็งแรง

ประโยชน์ของต้นมะเหลี่ยมหิน

            ผลสดมีรสฝาดเปรี้ยวใช้รับประทานได้ มะกอกเกลื้อนจัดเป็นพืชป่าเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่ง ประชาชนสามารถเก็บผลมาขายได้ โดยการนำผลมาดองและแช่อิ่มแทนลูกหนำเลี้ยบรับประทาน หรือจะใช้ผลแก่รับประทานเป็นผักร่วมกับน้ำพริกก็ได้ เนื้อในเมล็ดสีขาวมีรสมัน ใช้รับประทานได้ ยางสดใช้เป็นเครื่องหอม

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

คนทีสอ

สมอพิเภก