สมอพิเภก
สมอพิเภก
สมอพิเภก ชื่อสามัญ Beleric Myrobalan, Ink Not, Bahera, Beleric
สมอพิเภก ชื่อวิทยาศาสตร์ Terminalia bellirica (Gaertn.) Roxb. จัดอยู่ในวงศ์สมอ
(COMBRETACEAE)
สมุนไพรสมอพิเภก มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ลัน (เชียงราย), สะคู้ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน),
ซิบะดู่ (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่), แหน แหนต้น
แหนขาว (ภาคเหนือ), สมอแหน (ภาคกลาง) เป็นต้น
ลักษณะของสมอพิเภก
ต้นสมอพิเภก เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เป็นไม้ผลัดใบ
มีความสูงราว 15-35 เมตร
ลักษณะเป็นทรงเรือนยอดกลมแผ่กว้างและค่อนข้างทึบ มีลำต้นเปราตรง
โคนต้นมักขึ้นเป็นพูพอน เปลือกต้นมีสีเทาอมน้ำตาลหรือเป็นสีดำ ๆ ด่าง ๆ เป็นแห่ง ๆ
เปลือกต้นค่อนข้างเรียบหรือแตกเป็นร่องเล็ก ๆ ไปตามความยาวของต้น
เปลือกด้านในมีสีเหลือง ส่วนกิ่งอ่อนและยอดอ่อนจะมีขนอยู่ประปราย
ขยายพันธุ์แบบอาศัยเพศด้วยวิธีการเพาะเมล็ด
และขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศโดยวิธีการปักชำและการตอนกิ่ง สามารถขึ้นได้ทั่วไปตามป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณทางภาคเหนือ ภาคกลาง
ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก
และทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 100-400 เมตร ส่วนทางภาคใต้มักจะพบขึ้นตามป่าดงดิบ
ใบสมอพิเภก ใบเป็นใบเดี่ยวติดเวียนกันเป็นกลุ่มตามปลายกิ่ง
ลักษณะของใบเป็นรูปทรงรีแกมรูปไข่หัวกลับ มีความกว้างประมาณ 9-15 เซนติเมตร และยาวประมาณ 13-19 เซนติเมตร
โคนใบสอบมาสู่ก้านใบ และส่วนที่ค่อนไปทางปลายใบจะผายกว้าง ขอบใบเรียบ
ที่ปลายสุดของใบจะหยักคอดเป็นติ่งแหลมสั้น ๆ เนื้อใบค่อนข้างหนา
ผิวใบมีเส้นแขนงใบโค้งอ่อนประมาณ 6-10 คู่
เส้นใบเป็นแบบร่างแหเห็นได้ชัดเจนทางด้านท้องใบ ท้องใบมีสีจางหรือสีเทามีขนนุ่ม ๆ
คลุมอยู่ ส่วนหลังใบมีสีเขียวเข้มและมีสีน้ำตาลกระจายอยู่ทั่วไป
แต่ใบทั้งสองด้านขนจะหลุดร่วงออกไปเองเมื่อใบแก่จัด และก้านใบมีความประมาณ 4-6
เซนติเมตร ที่บริเวณกึ่งกลางก้านจะมีต่อมหรือตุ่มหูดอยู่ 1 คู่
ดอกสมอพิเภก ออกดอกเป็นช่อเดี่ยว ๆ แบบหางกระรอกตามง่ามใบหรือรอยแผลใบตามกิ่ง ปลายช่อดอกจะห้อยย้อยลง ช่อมีความยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร ดอกสมอพิเภกมีขนาดเล็กสีขาวอมเหลือง ดอกตัวผู้ส่วนใหญ่จะอยู่ตามปลายช่อ ส่วนดอกสมบูรณ์เพศจะอยู่ตามโคนช่อ ส่วนกลีบฐานดอกจะมีกลีบ 5 กลีบ โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วยเล็ก ๆ และทั้งหมดมีขนอยู่ทั่วไป โดยเกสรตัวผู้จะมีอยู่ด้วยกัน 10 ก้าน เรียงซ้อนกันอยู่เป็นสองแถว ส่วนรังไข่ค่อนข้างแป้น ภายในมีช่องเดียวและมีไข่อ่อนอีก 2 หน่วย หลอดท่อรังไข่มีหลอดเดียว ผลสมอพิเภก หรือ ลูกสมอพิเภก ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลมหรือกลมรี มีความกว้างประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร และยาวประมาณ 2.5-3 เซนติเมตร มีสัน 5 สัน ผิวภายนอกปกคลุมไปด้วยขนสีน้ำตาลอยู่หนาแน่น ผลมักออกรวมกันเป็นพวงโต ๆ เมล็ดเดี่ยวแข็ง ผลอ่อนมีรสเปรี้ยว ส่วนผลแก่มีรสเปรี้ยวฝาดหวาน (ฝาดแบบสุขุม) และเมล็ดในมีรสฝาด
ถิ่นกำเนิดสมอพิเภก
สมอพิเภกมีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถได้โดยทั่วไปในประเทศแถบนี้ ในประเทศไทย สามารถพบได้ทั่วไปตามป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณทางภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 100 – 400 เมตร ส่วนทางภาคใต้มักจะพบขึ้นตามป่าดงดิบ
การขยายพันธุ์สมอพิเภก
สามารถทำได้
2 วิธี คือ การขยายพันธุ์โดยอาศัยเพศ โดยการเพาะเมล็ด
และการขยายพันธุ์โดยวิธีไม่อาศัยเพศ โดยการปักชำตอนกิ่ง
ในการขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดนั้น
ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเก็บเมล็ดควรเก็บประมาณช่วงเดือนมากราคมจนถึงเดือนพฤษภาคมวิธีเพาะสมอพิเภกด้วยการเก็บเมล็ด
เมล็ดที่เก็บใหม่ๆ จะมีอัตราการงอกของรากสมอพิเภกประมาณ 85% เมล็ดที่เก็บไว้นานจะมีเปอร์เซ็นต์การงอกลดลง
ไม้สมอพิเภกซึ่งเป็นไม้พื้นเมืองของประเทศไทย
การกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติพบได้ในทุกภาคของประเทศไทย สามารถขึ้นได้ในดินแถบทุกชนิด
ดังนั้นในเรื่องพื้นที่ปลูกจึงไม่ค่อยมีปัญหาสำหรับไม้ชนิดนี้
การปลูกสมอพิเภกด้วนต้นกล้านั้น
สามารถย้ายต้นกล้ามาปลูกได้โดยวิธีไม่มีดินหุ้มราก
ขนาดของต้นกล้าที่เหมะสมในการย้ายปลูกควรมีอายุ 6 – 7 เดือน
มีความสูงประมาณ 40 ซม. ก่อนย้ายปลูกควรลิดใบและราก
การย้ายต้นไม้จากแปลงเพาะไปปลูกควรย้ายในขณะอากาศชุ่มชื้น
แต่ไม่ควรย้ายขณะฝนตกหนัก เพาะดินอาจแฉะเกินไป ดินอาจแน่นอากาศถ่ายเทไม่ได้
สำหรบอัตราการเจริญเติบโตและการปรับปรุงพันธุ์ไม้สมอพิเภกนั้น
ยังไม่การศึกษาและบันทึกข้อมูลไว้ ส่วนใหญ่แล้วจะปลูกไว้เพื่อเป็นไม่ใช้สอยโดยเฉพาะการใช้ประโยชน์ทางด้านสมุนไพร ผลและเปลือกต้นของสมอพิเภกสามารถนำมาใช้ย้อมสีของผ้าได้โดยผลจะได้สีขี้ม้าส่วนเปลือกต้นจะได้สีเหลือง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น