ไมยราบยักษ์
ไมยราบยักษ์
ชื่อสมุนไพร : ไมยราบยักษ์
ชื่อเรียกอื่น ๆ : ขี้แฮด, ไมยราบต้น (ภาคเหนือ), ฝีหมอบใหญ่ (ภาคอีสาน),
พรม (ภาคกลาง), ไมยราบหลวง และ จี่ยอบหลวง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mimosa pigra Linn.
ชื่อสามัญ : Giant Sensitive และ Maiyaraap
Ton
วงศ์ : LEGUMINOSAE
ลักษณะสมุนไพร
ไมยราบยักษ์จัดเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง มีความสูงของต้นประมาณ 1-3
เมตร ตามต้นมีหนามแหลมงองุ้มลงด้านล่างตลอดลำต้นและกิ่ง
ปลายกิ่งย้อย เนื้อแข็งและเหนียว ใบเป็นใบประกอบ 3 ชั้น
ก้านใบยาวประมาณ 10-30 เซนติเมตร มีใบประกอบย่อยประมาณ 6-14
คู่ แต่ละใบประกอบมีใบประกอบย่อย 15-40 คู่
ลักษณะเป็นรูปขอบขนาน ปลายใบมน โคนใบมน มีขนปกคลุมที่หลังใบ ส่วนท้องใบเรียบ
ออกดอกเป็นช่อ โดยจะออกตามยอดและตามซอกใบ ช่อดอกเป็นกระจุกกลม
มีสีชมพูหรือสีม่วงอ่อน ดอกย่อยมีจำนวนมาก และมีกลีบเลี้ยงหลอมรวมกันเป็นเส้น ปลายกลีบเลี้ยงแตกเป็นฝอย
กลีบดอกรวมเป็นหลอด ปลายแยกเป็นกลีบ 4 กลีบ
มีก้านเกสรเพศผู้ยาวพ้นกลีบดอกออกมาจำนวน 8 อัน ออกผลเป็นฝัก
ลักษณะของฝักมีรูปร่างแบน โค้งงอ ปลายฝักแหลม มีขนปกคลุม
ช่อดอกหนึ่งจะติดฝักประมาณ 3-16 ฝัก
ในแต่ละฝักจะมีเมล็ดประมาณ 9-25 เมล็ด ฝักเมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาลดำ
พอแก่จะแตกหลุดออกเป็นข้อๆ ทีละเมล็ด
ไมยราบยักษ์จัดเป็นพืชที่เมื่อปี
พ.ศ.2490 ประเทศไทยได้มีการเข้านำเมล็ดไมยราบยักษ์จากประเทศอินโดนีเซีย
เพื่อมาปลูกเป็นพืชคลุมดินในไร่ยาสูบ
ซึ่งไมยราบยักษ์ที่นำมาปลูกนั้นสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศได้เป็นอย่างดี
ทำให้เกิดการแพร่กระจายพันธุ์ไปอย่างรวดเร็ว ตามแหล่งน้ำ และการคมนาคมขนส่ง
โดยมักพบขึ้นเองในเขตร้อนชื้น
จัดเป็นพืชดั้งเดิมของอเมริกากลางและทางตอนเหนือในแถบประเทศโคลัมเบียและเวเนซูเอล่า
และภายหลังได้แพร่กระจายลงมายังทวีปอเมริกาใต้ แอฟริกา จนถึงทวีปเอเชีย เช่น ไทย
ลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม และอินโดนีเซีย ประโยชน์ของไมยราบยักษ์ คือ
ช่วยป้องกันการชะล้างของหน้าดิน ป้องกันการพังทลายของตลิ่ง
ช่วยทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ เพราะสามารถช่วยตรึงไนโตรเจนได้
ใช้เป็นอาหารของสัตว์ ส่วนลำต้นสามารถนำมาใช้ทำรั้ว ไม้ค้ำ หรือใช้ทำฟืนได้
ทั้งยังใช้แปรรูปเป็นพลังงานทดแทนอัดแท่ง
เป็นเชื้อเพลิงแทนการใช้พลังงานในรูปแบบต่าง ๆ
ด้วยการนำไมยราบยักษ์ที่เป็นวัชพืชมาอัดเป็นแท่งถ่าน
แหล่งกำเนิด
ไมยราบยักษ์ เป็นต้นไม้ขนาดกลางในตระกูลถั่ว
มีถิ่นกำเนิดในแถบประเทศอเมริกากลาง
และทางเหนือของทวีปอเมริกาใต้บริเวณประเทศโคลัมเบีย และเวเนซูเอล่า
โดยเชื่อว่าถูกนำมาปลูกในประเทศอินโดนีเซียจากแอฟริกาหรืออเมริกาใต้มานานแล้ว
หลังจากนั้นมีการแพร่กระจายสู่ประเทศต่าง ๆ ในแถบอินโดจีน
และทางตอนเหนือของออสเตรเลียในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่
2 เพื่อใช้เป็นพืชบำรุงดิน
หรืออาจมุ่งหมายเพื่อใช้ประโยชน์จากไมยราบยักษ์ในรูปแบบอื่น
สำหรับประเทศไทย
ไมยราบยักษ์ถูกนำมาปลูกครั้งแรกเมื่อประมาณ ปี 2495
โดยเกษตรกรชาวไร่ยาสูบทางภาคเหนือบริเวณอำเภอเชียงดาว
และอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีด้วยกัน 2 ชนิด คือ
ชนิดต้น ไมยราบยักษ์ ที่เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง และชนิดเถา ไมยราบเครือ
โดยเพื่อต้องการใช้เป็นพืชบำรุงดินในไร่ยาสูบ นอกจากนั้น
ยังพบว่ามีการใช้ประโยชน์จากไมยราบยักษ์เพื่อเป็นพืชป้องกันการพังทลายของ
ดินบริเวณตลิ่งในไร่ย
ประโยชน์ของไมยราบยักษ์
ช่วยป้องกันการชะล้างของหน้าดิน ป้องกันการพังทลายของตลิ่ง ช่วยทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ เพราะสามารถช่วยตรึงไนโตรเจนได้ ใช้เป็นอาหารของสัตว์ ส่วนลำต้นสามารถนำมาใช้ทำรั้ว ไม้ค้ำ หรือใช้ทำฟืนได้ ใช้แปรรูปเป็นพลังงานทดแทนอัดแท่ง เป็นเชื้อเพลิงแทนการใช้พลังงานในรูปแบบต่าง ๆ ด้วยการนำไมยราบยักษ์ที่เป็นวัชพืชมาอัดเป็นแท่งถ่าน ถ้าหากเปรียบเทียบกับถ่านไม้ทั่วไปที่มีขายตามท้องตลาดจะเกิดอัตราการสิ้นเปลืองสูงและมอดเร็ว จึงมีการเปลี่ยนมาใช้ถ่านแท่งที่นำมาบดให้เป็นผงถ่าน แล้วผสมตัวประสานเพื่อให้เป็นถ่านอัดแท่งขึ้นมา ซึ่งในรูปแบบนี้จะทำให้อัตราการสิ้นเปลืองลดลงและประหยัดกว่า ซึ่งจากการทดสอบพบว่าประหยัดกว่าถ่านทั่วไปถึง 3 ส่วน
สนับสนุนโดย เว็บFast98 เล่นได้ทันที ไม่ต้องโหลดแอพให้ยุ่งยาก มีเกมและกีฬาให้เลือกอย่างมากมาย สล็อตแตกง่าย ที่ดีที่สุดและทันสมัยที่สุดในไทย สมัครฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น