ว่านคันทมาลา
ว่านคันทมาลา
ชื่อสมุนไพร : ว่านคันทมาลา
ชื่อเรียกอื่น ๆ : คันฑมาลา,
ว่านขาว, ว่านนางคำขาว และ ว่านคันทมาลาน้อย
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Curcuma Sp.
ชื่อสามัญ : –
วงศ์ : ZINGIBERACEAE
ลักษณะสมุนไพรว่านคันทมาลา
ต้นว่านคันทมาลา มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางจังหวัดจันทบุรี
จัดเป็นพรรณไม้ลงหัวล้มลุก ลำต้นแทงขึ้นมาจากหัวคล้ายกับกับขิง ข่า กะทือ ไพล ฯลฯ
มีลำต้นเทียมสูงกว่า 1 เมตร
ลำต้นใต้ดินเป็นหัวหรือเหง้าขนาดใหญ่ หัวหลักมีลักษณะเป็นรูปไข่แคบ
เนื้อในแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยชั้นนอกจะเป็นสีม่วงดำ
ส่วนชั้นในจะเป็นสีขาวอมเหลือง หัวมีกลิ่นเผ็ดร้อนคล้ายกับว่านพระตะบะ
แตกแขนงย่อยทั้งสองข้าง มีข้อและปล้องชัดเจน
พรรณไม้ชนิดนี้ขยายพันธุ์โดยใช้หัวว่านลงดิน ดินที่นำมาใช้ปลูกคือดินปนทราย
กลบดินให้พอมิดหัวว่าน แต่อย่ากดจนแน่น แล้วรดน้ำให้พอดินชุ่มทั่วกัน ว่านคันทมาลาจะเจริญงอกงามได้ดีในช่วงฤดูฝน
พอถึงฤดูหนาวใบจะตาย ใบว่านคันทมาลา มีรูปร่างคล้ายกับใบว่านมหาเมฆ
และขนาดของใบมีขนาดเท่ากับใบพุทธรักษา โดยมีใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ
ลักษณะของใบเป็นรูปรีแกมรูปขอบขนาน และมีเส้นกลางใบเป็นสีแดงเข้ม ดอกว่านคันทมาลา ออกดอกเป็นช่อที่ปลายลำต้นเทียม มีใบประดับตอนล่างเป็นสีเขียวอ่อน
ส่วนปลายเป็นสีม่วงแดง ส่วนใบประดับตอนบนเป็นสีม่วงแดงทั้งใบ ดอกเป็นสีเหลืองอ่อน
มีแถบกลางเป็นสีเหลืองอ่อน
ลักษณะของกลีบดอกที่แลบออกมาจากซอกกลีบประดับจะเป็นสีเหลืองสด
ลักษณะเป็นรูปกรวยยาว ลักษณะของดอกคล้ายกับลูกสับปะรด มีกลีบดอกเป็นชั้น ๆ
ดูสวยงาม
วิธีการใช้
ยารักษาต่อมทอนซิลอักเสบ
และรักษาฝีในคอ นำหัวว่านคันทมาลามาฝนกับเหล้าหรือน้ำส้มสายชู
แล้วชุบด้วยสำลี ใช้อมไว้ข้างๆ แก้ม ค่อยๆ กลืนเอาแต่น้ำทีละน้อย แก้อาการเจ็บคอ นำหัวใช้ฝนกับเหล้าทาแก้อาการเจ็บคอ ยาแก้บิด แก้ท้องขึ้น ท้องร่วง นำหัวว่านนำมาฝนกับเกลือสินเทา แทรกกับน้ำร้อนหรือน้ำปูนใส
แก้อาการปวดท้องในเด็ก นำหัวใช้ฝนกับน้ำปูนใส ใช้ทาท้อง
ยาชักมดลูกให้เข้าอู่เร็ว ในรายที่เพิ่งคลอดบุตร อยู่ในเรือนไฟ นำหัวมาต้มหรือดองกับเหล้าขาวกินเป็นยาชักมดลูกให้เข้าอู่เร็ว
ยาแก้ริดสีดวงทวารหนักและลำไส้ นำหัวมาโขลกและห่อด้วยผ้าขาว
ใช้ดองกับเหล้าขาวกินเป็นยาแก้ริดสีดวงทวารหนักและลำไส้ รักษาอาการเคล็ด ขัดยอก
ฟกช้ำ และอาการบวม นำหัวใช้ฝนทารักษาอาการเคล็ด ขัดยอก
ฟกช้ำ และอาการบวมได้ดีมาก รักษาฝีคันฑมาลา ฝีประคำร้อย และรักษาฝี นำหัวใช้คำพอกรักษาฝีคันฑมาลา ฝีประคำร้อย และรักษาฝีได้ทุกชนิด
ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของว่านคันทมาลา
สารสกัดหยาบพอลิแซ็กคาไรด์จากว่านคันทมาลา
(สกัดด้วยน้ำร้อนและตามด้วยการตกตะกอนโดยเอทานอล แล้วนำมาทำให้แห้ง) เมื่อนำมาทดสอบฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ
โดยมี 1,1-diphenyl-2 picrylhydrazyl (DPPH) ซึ่งเป็นอนุมูลอิสระ
โดยผสมสารสกัดหยาบพอลิแซ็กคาไรด์กับน้ำกลั่นที่ความเข้มข้นตั้งแต่ 0.5, 1,
2, 3, และ 4 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร
พบค่าเปอร์เซ็นต์การต้านอนุมูลอิสระ DPPH มีค่าเท่ากับ 72.13,
54,89, 38.62, 18.94 และ 13.51 ตามลำดับ
และมีค่า EC50 เท่ากับ 2.67 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร
นอกจากนี้ยังนำมาทดสอบฤทธิ์การเพิ่มจำนวนเซลล์ของเซลล์สร้างเส้นใยที่มาจากเนื้อเยื่อเหงือก
โดยใช้ระดับความเข้มข้นที่แตกต่างกันของสารสกัดหยาบพอลิแซ็กคาไรด์
แล้วจึงทดสอบด้วยสาร MTT assay พบว่า
สารสกัดที่ระดับความเข้ม 0.01, 0.1, 1 และ 10 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร สามารถเพิ่มจำนวนเซลล์ได้ โดยที่ระดับความเข้มข้น 0.1
มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร สามารถเพิ่มจำนวนเซลล์ได้สูงสุด
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น